อินเดีย-บังกลาเทศตกลงเพิ่มพูนความร่วมมือ

รัฐบาลอินเดียและบังกลาเทศเห็นพ้องผลักดันความร่วมมือทุกมิติ ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี เยือนกรุงธากา ท่ามกลางการต่อต้านของชาวบังกลาเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา ผู้นำบังกลาเทศ และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงยกระดับความร่วมมือทวิภาคี ที่ทำเนียบในกรุงธากา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในโอกาสที่โมดีเยือนบังกลาเทศอย่างเป็นทางการ โดยข้อตกลงซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันนั้น ครอบคลุมความร่วมมือในด้านการค้า การกีฬา การบริหารจัดการภัยพิบัติ และเทคโนโลยีสารสนเทศ
 
ทั้งนี้ การกระชับและส่งเสริมความสัมพันธ์กับบังกลาเทศ แม้เป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก แต่ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับอินเดีย เนื่องจากมีพรมแดนติดกัน ปัจจุบันอินเดียเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียใต้สำหรับบังกลาเทศ อย่างไรก็ตาม จีนขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการค้าเข้าสู่กลุ่มประเทศในแถบนี้อย่างต่อเนื่อง ตามแผนยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 จึงเป็นการยากที่อินเดียซึ่งเป็นประเทศขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ จะนิ่งนอนใจ

นอกเหนือจากภารกิจทางการเมืองแล้ว โมดียังใช้โอกาสในการเยือนบังกลาเทศครั้งนี้ เดินทางไปสักการะศาสนสถานฮินดู 2 แห่งในเขตชานกรุงธากา อย่างไรก็ตาม การเยือนบังกลาเทศของโมดีในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการออกต่างประเทศครั้งแรกของผู้นำอินเดีย นับตั้งแต่เกิดวิกฤติโรคระบาดโควิด-19  ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายค้านในอินเดีย ซึ่งมองว่า มีวัตถุประสงค์แอบแฝงของการหาเสียง เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐอัสสัมและรัฐเบงกอลตะวันตก จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นลำดับขั้นยาวนาน 1 เดือน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา โดยทั้งสองรัฐเป็นรัฐซึ่งถือเป็น “สวิงสเตท” ของบรรดาพรรคการเมืองฮินดูในอินเดีย

ขณะเดียวกัน กลุ่มชาตินิยมในบังกลาเทศยังร่วมกันเดินขบวนต่อต้านการมาเยือนของโมดีในครั้งนี้ โดยประณามผู้นำอินเดีย “มีอคติทางศาสนา” ซึ่งการสลายการชุมนุมของตำรวจในกรุงธากา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 40 คน